เสมอเหมือน

posted on 13 May 2008 22:28 by goheng

 

นี่เป็นเรื่องสั้นที่ผมแต่งไว้ตอนเรียนอยู่ปี 1 

เสมอเหมือน               

รอบดวงตาของหญิงสาวแดงระเรื่อ เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา ที่ค่อยๆไหลจากหางตา ลงมาสู่ปลายคาง เธอก้าวเท้าถอยหลังเซไปมาจนเกือบจะล้ม  มีเสียงสะอื้นเป็นถ้อยคำออกมาจากริมฝีปากอันบอบบาง  และเธอก็หันหลัง วิ่งออกจากประตูรั้วบ้านไป

...………………………………………. 

พ่อฮะ เมื่อไหร่เราจะได้กลับไปอยู่ที่บ้านเดิมของเราฮะ เด็กน้อยตั้งคำถามกับพ่อของเขาพ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน ผู้เป็นพ่อตอบลูกชาย แววตาแฝงไปด้วยความเศร้าใจ 

เขาพาลูกชายตัวน้อย ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นทันทีหลังจากที่เธอจากไป เพราะเขาไม่สามารถทนอยู่กับร่องรอยแห่งความทรงจำอันเลวร้าย ในบ้านหลังนั้นได้ 

ผมไม่อยากอยู่ที่ฮะพ่อ ทั้งร้อน ทั้งคับแคบ ไม่มีที่ให้ผมได้วิ่งเล่นเลย น้ำเสียงของเด็กน้อยกล่าวอย่างทุกข์ใจ ทนอยู่ไปก่อนนะลูก ไว้พ่อจะหาบ้านใหม่ที่ดีกว่านี้ให้นะลูก เขาตอบเป็นเชิงปลอบใจลูก ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าไม่มีทางทำได้ 

ลูกชายของเขาต้องย้ายโรงเรียนใหม่ บ้านใหม่  สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยทำให้เด็กน้อยต้องทนกับการปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่เป็นอยู่ แม้แต่ตัวเขาเองก็ต้องทนทรมานไม่แพ้กัน 

ผมคิดถึงแม่ฮะพ่อ  แม่คงจะไม่ได้กลับมาอยู่กับเราอีกแล้วใช่ไหมฮะ ดวงตาของเด็กน้อยชุ่มชื้นไปด้วยหยดน้ำตาพ่อขอโทษ พ่อผิดเองที่ทำให้แม่ต้องจากไป น้ำเสียงแหบพร่าของเขา ตอบลูกด้วยความสำนึกผิด 

การทะเลาะกันอย่างรุนแรงของเขาและเธอในครั้งนั้น ส่งผลให้เขาและลูกชายต้องมาทนทุกข์ทรมาน ทั้งกายและใจเช่นนี้   

ผมต่างหากที่ผิดเอง ผมผิดที่เกิดมาเป็นตัวปัญหาของพ่อและแม่ ทำให้พ่อกับแม่ต้องทะเลาะกัน เด็กน้อยพูดโทษตัวเอง ไม่ใช่ลูกหรอก พ่อต่างหากที่ผิด พ่อต้องมาทำให้ลูกต้องมาทนลำบากเช่นนี้ ทำให้ลูกต้องสูญเสียแม่ไป เขาตัดพ้อโทษตัวเองบ้าง 

ในหัวใจของเด็กน้อย เฝ้าโหยหาผู้เป็นแม่อยู่ตลอดเวลา  ยามที่เดินจูงมือกับพ่อ เด็กน้อยหวังว่ามืออีกข้างนั้นจะมีมืออันอ่อนนุ่มของแม่กุมอยู่  สายตาสอดส่องไปทั่วไม่หยุดนิ่ง เผื่อว่าจะโชคดี ได้พบกับแม่อีกครั้งพอดีว่าสายตาของเด็กน้อยเหลือบไปเห็นร้านขายสัตว์ร้านหนึ่งตรงหัวมุมถนน  ภายในร้านมีทั้งสุนัขและแมวพันธุ์ต่างๆมากมาย ทุกตัวถูกขังเดี่ยวอยู่เพียงตัวเดียวต่อกรงหนึ่งกรง  แต่ทว่ามีอยู่กรงหนึ่งภายในกลับมีสุนัขพันธุ์บางแก้วอยู่ถึงสองตัว  ทั้งสองตัวมีขนาดไม่เท่ากัน ตัวเล็กมีสีน้ำตาลปนขาว และตัวใหญ่มีสีน้ำตาล  ที่สำคัญทั้งสองตัวเป็นตัวผู้เช่นเดียวกัน สร้างความประหลาดใจให้เด็กน้อยอย่างมาก...สุนัขทั้งสองตัวนี้ต้องเป็นพ่อลูกกันอย่างแน่นอน  แล้วแม่ของมันล่ะหายไปไหน  ในร้านไม่มีวี่แววของสุนัขพันธุ์เดียวกับเจ้าสองตัวนี้อยู่ แต่ สีหน้าของมันกลับดูมีความสุขจังเลย ขนาดสุนัขยังสามารถอยู่เพียงลำพังสองพ่อลูก โดยไม่มีผู้เป็นแม่ได้ แล้วทำไมคนอย่างเราจะอยู่เช่นนั้นไม่ได้... ทั้งเขาและเด็กน้อยต่างคิดในสิ่งเดียวกัน เมื่อได้เห็นสุนัขพ่อลูกคู่นั้น 

พ่อว่า เราจะได้ไปอยู่บ้านใหม่กันแล้วล่ะ ดูสิ พ่อลูกคู่นั้นกำลังจะซื้อเราไป น้ำเสียงของเขากลับมามีชีวิตชีวาขึ้นทันที จริงหรือฮะพ่อ เราจะได้ไปอยู่บ้านหลังใหม่แล้ว ดีใจจังเลย!” เด็กน้อยกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจอย่างที่สุด 

สองพ่อลูกตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่บ้านหลังเดิมของพวกเขา พร้อมทั้งพาสมาชิกใหม่เข้ามาอยู่ด้วยถึงสองตัว ภายในบ้านแห่งความสุขหลังใหม่ ทว่ามันตั้งอยู่ที่เดิม  เด็กน้อยวิ่งเล่นอยู่กับลูกสุนัขอย่างสนุกสนาน  พ่อของเขากำลังอาบน้ำให้สุนัขอีกตัวอย่างมีความสุข  พวกเขาทั้งสี่ได้ช่วยกันสร้างความทรงจำดีๆขึ้นมาใหม่ในบ้านหลังนั้นโดยไม่รู้ตัว 

................................................................... 

นับตั้งแต่ที่เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ตัดขาดความสัมพันธ์ระว่างเขาและลูกชาย  ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานทางจิตใจอย่างมาก   สัญชาตญาณความเป็นแม่ ทำให้ใจของเธอโหยหาแต่ลูกชายอันเป็นที่รักอยู่ตลอดเวลาเธออาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ กับสุนัขพันธุ์บางแก้วสีขาวตัวหนึ่งที่เธอซื้อมาเป็นเพื่อนคลายเหงา มาได้ระยะหนึ่งแล้วจนในที่สุดเธอไม่อาจทนทรมานกับสภาพเช่นนี้อีกต่อไป... เธอตัดสินใจกลับไปหาเขาและลูกชาย ที่บ้านเดิมหลังนั้น พร้อมกับสุนัขตัวเมียพันธุ์บางแก้วสีขาว

 

 

edit @ 13 May 2008 22:40:26 by โกเฮง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


ซิงซิงเคยเล่าให้ฟังแล้ววว
ไม่งงด้วยนะ เก่งปะละ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

คิดถึงบีบีจังเลย

#1 By maemay (203.118.120.170) on 2008-05-13 22:46

เขียนได้ดีมากเลยครับ สามารถจบเรื่องได้อย่างน่าประทับใจภายในเนื้อเรื่องสั้นๆไม่กี่ย่อหน้า การบรรยายทำได้ละเมียดละมัยดีจัง ผมอ่านไปแล้วมองเห็นภาพเป็นฉากๆเลย น่าเอาไปทำเป็นหนังดราม่าที่จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้งนะครับ เก่งจังที่เขียนได้ขนาดนี้ในขณะที่ยังอยู่แค่ปี1 ลองหัดเขียนบทหนังส่งไปตามค่ายหนังดูสิครับdouble wink

#2 By Ripley on 2008-05-19 19:20

เขียนได้ดีหรือนี่

แต่จบมันห้วน ๆ ไปอ่ะป่าว


(ตามความคิดคนไม่เคยอ่านหนังสือ)

#3 By J.Crescent (58.136.58.27) on 2008-05-19 20:05

อูวว พายามหักมุมให้มีความสุข!
ช่วงแรกๆ ออกจะครึมๆเศร้าๆ เหงาๆ ..
ตอนจบก็ดีขึ้นน..วูวว big smile
เขียนเก่งนะเนี้ยย ..!!
question

#4 By weah (124.120.171.99) on 2008-05-19 23:39