..เมื่อเธอเดินมา

posted on 30 Mar 2009 21:59 by goheng

ไม่บ่อยครั้งนักที่ผมจะมานั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่อง "ความรัก" อาจเป็นเพราะผมไม่รู้สึกสนิทใจที่จะพูดถึง ทั้ง ๆ ที่ผมก็เคยใช้คำว่า "รัก" กับเธอบางคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต และความรักของผมก็เพียงสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว เพราะว่าเธอบางคนนั้นเดินจากไปพร้อมกับหอบความรักของผมไปทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่ง..ที่ไม่มีทางหาเจอได้อีก

ความไม่สนิทใจที่ว่า อาจเกิดจากบทเรียนในครั้งนั้นเอง

หลายเดือนผ่านไป..จากแต่ก่อนที่ความสนใจของผมมุ่งแต่กับเรื่องความรัก ชนิดที่เรียกว่าหายใจเข้าออกเป็นเธอ กลับกลายเป็นว่าผมไม่ใส่ใจกับเรื่องนี้อีก..แม้แต่เพียงเสี้ยวเล็บ ความสนใจมุ่งไปที่เรื่องอื่นแทน ยามใดที่ผมกลับมาคิดถึงเรื่องความรักในอดีต ผมกลับหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ ว่า "นี่มันเรื่องตลกชัด ๆ" แม้ว่าเรื่องตลกนั้นผมจะเสียน้ำตาไปมากก็ตาม

อีกหลายเดือนผ่านไป..เหมือนว่าผมจะกลับเข้ามาสู่วงจรเดิม..วงจรความรักที่ผมเคยหัวเราะให้ ผมเริ่มคบหากับเธอ (คนใหม่) ขณะที่ใจของผมพยายามที่จะหลีกเลี่ยง เพราะเรื่องตลกนั้น ผมคงไม่อยากหัวเราะให้มันอีกเป็นครั้งที่สอง

ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกำแพงเพชร สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ได้ชื่อว่าอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของคู่รักมากที่สุด

ผู้คนมากหน้าหลายจมูกเดินขวักไขว่ไปมา เพื่อจุดประสงค์ในการจับจ่ายซื้อของยังตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผู้คนเหล่านั้นน้อยคนนักที่จะเดินมาเพียงลำพัง ไม่มาเป็นกลุ่ม ก็มาเป็นคู่ (นิยามแปะไว้บนหน้าผากว่า 'คนรัก') เหตุผลอาจเพราะการเดินซื้อของคนเดียวไม่สนุกสนานเท่ากับการมีคนมาด้วยมากกว่าหนึ่ง (ไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุผลเดียวกับการดูหนังคนเดียวหรือเปล่า)

ภายในสถานีรถไฟฟ้าแห่งนั้น ผมรอเธออยู่บริเวณทางผ่านที่ผู้คนเดินผ่านไปยังทางออก

สายตาของผมมองไปยังคู่รักนับหลายสิบคู่ ที่กำลังเดินจูงมือพากันไปซื้อของแบบคู่รัก ไปพร้อม ๆ กับความคิดที่กำลังแตกหน่อถึงเรื่องความรัก "ทำไมคนเราต้องมีคู่ด้วยนะ?" ผมครุ่นคิดในใจ

ผมนึกถึงเพลงหนึ่งของ Portrait ขึ้นมาได้ ชื่อเพลงว่า "เกิดมาคนเดียวตายไปคนเดียว" เนื้อร้องประมาณว่าให้กำลังใจคนอกหัก เกิดมาคนเดียวก็ตายไปคนเดียว ความรักมันดีแต่ทำให้ช้ำใจ เจ็บจนชินชา จะเจ็บไปทำไม จะขอไปให้ไกลคำว่ารัก  ซึ่งตอนนั้นผมก็เปิดเพลงนี้ฟังปลอบใจอยู่หลายรอบ จนได้กำลังใจมาแบบเหลือเฟือไปหลายเดือน

เกิดมาคนเดียว ไม่นานเราก็ต้องตายไปคนเดียว เราจะหาคู่ไปเพื่ออะไรกัน ผมอาจจะชินชากับความรู้สึกที่เรียกว่ารัก จนความรู้สึกของผมตายด้านเหมือนหนังกำพร้า ไม่รู้สึกใด ๆ อีก ความสุข ความหอมหวาน ความปรารถนาอื่นใดอันเนื่องมาจากความรัก ผมไม่เข้าใจมันอีกต่อไป

ความคิดของผมเริ่มวกวนสับสน ผมแสวงหาและคุยกับเธอคนนั้น จนนัดเธอไปเดินซื้อของแบบคู่รักในวันนี้ ทำไมกัน?

หรืออาจเพียงเพราะผมแค่เหงา อยากหาเพื่อนคุยเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ใจจริง ๆ กลับไม่ได้ต้องการความรักเลยแม้แต่น้อย หรืออาจเป็นเพราะผมกลัว..กลัวที่จะเจ็บเช่นครั้งนั้นอีก

คำถามที่เกิดขึ้นใจ หาคำตอบไม่ได้อยู่นานสองนาน สามนาน จนถึงสี่นาน เพราะผมรอเธออยู่นานมาก จนกระทั่ง..เมื่อเธอเดินมา

สายตาผมมองเห็นร่างเธอเดินมา ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นทีละน้อย คำถามที่อยู่ในใจ ค่อย ๆ คลายลงทีละเปราะ ๆ เหมือนเชือกที่ถูกแก้มัดออกอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ถูกตัดออกเพื่อแก้ปม แต่เป็นการแก้มัดออกอย่างถูกวิธี จนกระทั่งใบหน้าของเธอมาอยู่ตรงหน้าผม

รอยยิ้มน้อย ๆ ของเธอตอบคำถามในใจผมได้หมดทุกข้อ

ผมไม่แน่ใจความรู้สึกครั้งนี้คือความรู้สึกที่เรียกว่ารักหรือไม่ เพราะความรักอาจต้องใช้เวลามากกว่านี้อีกหลายเท่าตัวนัก แต่ทว่าสิ่งที่ผมรู้ ผมกลับมาเข้าใจความหมายของคำว่า "คู่รัก" อีกครั้ง และเชื่อว่าความหมายของคำว่า "ความรัก" ผมคงจะรู้สึกได้ในอีกไม่ช้า

Comment

Comment:

Tweet

ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะนำเรื่องความรักของตัวเองมาถ่ายทอดให้คนในโลกอินเทอร์เน็ตได้รับรู้เช่นนี้

ยังไงก็ตาม การมีความรักเป็นสิ่งที่ดี

ขอให้หัวใจเธอกลับมายิ้มได้อีกครั้ง ^_^

#4 By unknown (58.9.184.98) on 2009-04-06 19:44

พี่เฮงจ๋า ช่วยอ่านอันนี้หน่อยนะ
แค่ 9 บรรทัดเอง
http://eiadzz.spaces.live.com/?_c11_BlogPart_BlogPart=blogview&_c=BlogPart&partqs=amonth%3d4%26ayear%3d2009

#3 By ..ทะเลส้ม~ (124.120.69.36) on 2009-04-01 23:38

โห

มีคนมาเม้นตัดหน้าแล้วอ่ะ

แถม...ซะ

ขอบคุณนะคะที่เขียนไรดีๆให้ได้อ่าน

ถ้าเป็นไปได้ เขียนบ่อยๆก็ดีนะ

เพราะเราก็ชอบอ่านเหมือนกัน

อิอิ

#2 By sanfah (124.122.225.204) on 2009-03-31 00:01