1 นาที ก็ให้ไม่ได้

posted on 13 May 2009 14:10 by goheng

เด็กชายวัยไม่เกิน 13 ปี สวมชุดนักเรียนตัวเก่า ๆ บนในหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นละอองจากความโหดร้ายในสังคมเมือง บนไหล่หอบหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเขื่อง ดูใหญ่เกินตัวสำหรับเด็กวัยขนาดนั้น ท่าทางเดินที่ทุลักทุเลแสดงออกว่ากระเป๋าใบนั้นน้ำหนักของมันมีมากเพียงใด เด็กคนนั้นค่อย ๆ ย่างเท้าช้า ๆ มายังโต๊ะกินข้าวในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

"พี่ครับ..ขอเวลาผมสัก 1 นาทีได้ไหมครับ" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น พร้อมกับแววตาเรียกร้องความสงสารของเด็กน้อยคนนั้น จดจ้องมาที่ผม

"ไม่ได้ครับ" ผมตอบตัดไปแบบไร้เยื่อใย ไม่ใช่ว่าผมเห็นแก่เวลาหรอกนะครับ แม้เพียงแค่ 1 นาทีก็ให้น้องคนนั้นไม่ได้ จริงอยู่ว่าเพียงแค่ 1 นาทีสำหรับใครหลายคนนั้นมีค่าเหลือหลาย สำหรับผมแล้วผมให้ได้..แต่ผมไม่ให้ เพราะ 1 นาทีที่ผมกำลังจะให้ไปนั้น 'คือการสนับสนุนการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี!'

ในสารบบของการค้าแรงงานทั่วกรุงเทพฯ คนชนชั้นกลางทั่วไปอย่างเรา ๆ คงเคยเห็นที่ประจักษ์อยู่เต็มสองตาแล้วว่า การใช้แรงงานนั้นจำต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจมากเพียงใด ไม่ว่าจะตามร้านอาหาร ตามโรงงานต่าง ๆ แรงกายที่พวกเขาทุ่มทุนไปนั้นเพื่อแลกกับค่าตอบแทนที่เรียกว่า 'เศษเงิน' เพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับ 'ก้อนเงิน' ของพวกนายทุน นับว่าต่างกันลิบโข

อย่างที่รู้ ๆ กันว่าแรงงานส่วนใหญ่นี้ มาจากแรงที่อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า 'คนชั้นล่าง' ที่เขาว่ากันว่าไม่มีการศึกษา ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา 'ในสายตาของพวกนายทุน' เมื่อไม่มี 'ความรู้' มาแลก จำต้องนำ 'แรงกาย' มาแลกเงิน และก็เป็นเรื่องธรรมดาอีกเช่นกัน ถ้าหากว่าแรงงานนั้นเป็นของผู้ที่มีอายุมากกว่า 15 ปี

ต่อไปนี้เป็นเรื่องไม่ธรรมดาเสียแล้ว

เด็กชายเด็กหญิงตัวน้อย สวมชุดนักเรียนเดินหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางใบเขื่อง เดินเตร็ดเตร่อยู่ตามย่านที่ผู้คนพลุกพล่าน ค่อย ๆ เริ่มกลายเป็นภาพที่เห็นจนชินตา

เด็กเหล่านี้นำสินค้า ทีพวกเขาว่ามันคือสินค้าทำมือ จากโครงการต่าง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ (ส่วนใหญ่เป็นภาคเหนือ) บ้างก็เป็นผ้าเช็ดมือ ตุ๊กตาหอม เทียน สบู่สมุนไพร หลากหลายรายการที่หาซื้อไม่ค่อยได้ในกรุงเทพฯ มาเดินเร่ขายโดยใช้วิธีพูดอธิบายสินค้า คล้าย ๆ กับเซลแมน ในราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับต้นทุน เช่น 99 หรือ 199 บาท โดยมีจุดขายทางตลาดที่สำคัญคือ 'ความน่าสงสารของผู้ขาย' ที่จะช่วยสร้างยอดขายให้มากเป็นทวีคุณ หาใช่คุณภาพของสินค้าไม่!

คนชนชั้นกลางมีอันจะกิน เพียงแค่เห็นแววตาอันน่าสงสารกับเสื้อผ้าชุดนักเรียนที่เปรอะไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบฝุ่น จิตใจก็อ่อนโยนลงทันทีในเพียงวูบแรกที่เห็น

"เป็นของบริษัท...เขาให้มาหารายได้พิเศษ โดยให้เด็กนักเรียนมาทำ ป.6 ก็เริ่มมาทำได้แล้วนะ แล้วแต่ว่าจะมาหรือไม่มา เคยมาทำแล้วพี่เขาก็ให้จริง ไม่ได้หลอก ของที่เอามาขายเราก็ไม่ได้ลงทุนเลย กินเปอร์เซ็นต์ไป ได้ชิ้นละ 40 บาท" เซลแมนในคราบชุดนักเรียนบอกกับผมอย่างนั้น แต่ผมจะเชื่อได้อย่างไรว่าคำพูดเหล่านั้น พวกเขาไม่ได้ถูกจับยัดใส่ปากเพื่อมาพูด 

การเดินสายขายของของเหล่าเซลแมนผู้น่าสงสารเหล่านี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่ 10 โมงเช้า โดยจะนัดให้เด็กมาเจอกันที่บริษัทและก็พานั่งรถไปลงบริเวณตามจุดที่คนพลุกพล่าน แล้วปล่อยให้ออกไปเดินขายกันเอง จนถึงเวลา 6 โมงเย็นรถก็จะมารับกลับ ผมไม่ทราบว่าระหว่างที่พวกเด็กน้อยเหล่านี้ออกไปเร่ขายพวกเขาหาข้าวกินกันเองหรือไม่ ผมไม่อยากจะนึกเลยว่าถ้าในกระเป๋าสตางค์ของพวกเขาไม่มีเงินสักบาท ต้องขายของให้ได้ก่อนถึงจะมีเงินกินข้าวจะเป็นอย่างไร เพราะค่าแรงก็คือเงินส่วนแบ่งที่ได้จากการขายของ ถ้าหากว่าวันนั้นขายไม่ได้ก็เท่ากับว่าแรงกายที่ทุ่มเทไปวันนั้นเท่ากับศูนย์

ตามกฎหมายแรงงานเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการใช้แรงการเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี นั้นผิดกฎหมาย ถึงแม้ทางบ้านของเด็กเหล่านั้นจะเต็มใจอย่างไร หรือเด็กจะอยากมาขายเองก็ตาม การกระทำเช่นนี้เปรียบเสมือนหุ่นเชิดที่คอยบังคับทางอ้อม ให้เด็กสามารถหารายได้พิเศษด้วยการแลกแรงกายกับเศษเงินเพียงเล็กน้อย

หยุดเถอะครับ!!!

ถ้าหากคุณเคยพบเห็นเด็กเหล่านี้ ผมขอร้องว่าอย่าเพียงแม้แต่จะคิดที่จะควักเงินให้แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม เพราะถ้าให้ก็เหมือนเป็นการสนับสนุนให้พวกเขากลับมาทำเช่นนี้อีก เพียงแค่หยุดซื้อหยุดสนับสนุน เชื่อว่าอีกไม่นานวงจรการค้าแรงงานเด็กเหล่านี้ก็จะหมดไป 

ยังมีมูลนิธิต่าง ๆ ที่คอยช่วยสนับสนุนทั้งเรื่องเงินทุนและการศึกษาอีกมากมาย ที่คนจิตใจดีอย่างพวกเราสามารถช่วยเหลือได้ พวกเขายังมีอนาคตที่ดีอีกยาวไกลนัก หันมาช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ด้วยวิธีการที่ถูกต้องดีกว่าครับ

อย่าให้แม้แค่เพียง 1 นาที!

Comment

Comment:

Tweet

เขียนดี คิดดีครับ
ชอบนะ
โลกในอุดมคติกับโลกความจริงมันต่างกัน

#18 By นักวิชาการบ้านนอก (119.42.69.222) on 2009-05-18 04:49

อืม ก้อจริงอย่างที่พี่เขาเขียน

แต่เราจะทำอย่างไรได้นอกจากสงสาร
ถ้ามีคนที่คิดจะดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจังก็คงดี
คนดีๆจะได้ไม่ต้องมานั่งระแวงว่าของจริงหรือเก๊
เพราะเด็กที่น่าสงสารแบบนี้มีจริงๆ
ด้วยนิสัยของคนไทยก็อยากจะช่วยเหลือ

ไม่อยากให้สังคมไทยต้องกลายเป็นสังคมที่แล้งน้ำใจ
เพราะต้องมานั่งหวาดระแวงว่ากำลังสนับสนุนการค้าแรงงานเด็กหรือไม่
embarrassed

#17 By อีฟ (124.121.163.2) on 2009-05-17 17:09

ก็อ่ะนะ บางทีเด็กอาจถูกบังคับก็ได้ แต่ไม่แน่ สังคมตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไว้ใจไม่ได้ แต่พูดจิงๆก็อดสงสารไม่ได้อ่ะ

#16 By เหม่ยหลิน (125.25.228.21) on 2009-05-16 13:12

พี่เคยทั้งซื้อและไม่ซื้อนะ สมัยก่อนจะซื้อแบบตัดรำคาญปนสงสาร เดี๋ยวนี้ไม่ซื้อแล้ว แต่ถ้าเจอบ่อยๆในที่เดิมๆเนี่ย ก็อาจจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่เค้ามาดูแล เพราะบางทีเด็กพวกนี้จะถูกทำร้ายจากพวกนายทุนนั่นแหละ
ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือ หยุดซื้อแล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาดูแล ช่วยเหลือเด็กๆพวกนี้ออกมาซะ อย่างน้อยเด็กพวกนี้ก็ยังรู้จักหาเงินดีกว่าไปลักขโมยของใคร

เข้าใจหาหัวข้อมาเขียนนะจ๊ะ น่าสนใจมาก

#15 By p jib (124.121.40.91) on 2009-05-14 08:45

ก็จริง


แต่ก็อดสงสารไม่ได้


แล้วเด็กเหล่านี้จะถูกทำร้ายโดยเจ้าของแรงงานเถื่อนรึเปล่า

#14 By #14 (125.24.83.69) on 2009-05-14 07:14

"เพียงแค่หยุดซื้อหยุดสนับสนุน เชื่อว่าอีกไม่นานวงจรค้าแรงงานเด็กเหล่านี้ก็จะหมดไป"


แต่สำหรับเมืองไทยคงอีกนาน

ถ้าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไม่ช่วยมาดูแลอย่างจริงจัง

#13 By sanfah (124.121.235.49) on 2009-05-14 00:21

เห็นด้วยค่ะ

ยังมีมูลนิธิต่าง ๆ ที่คอยช่วยสนับสนุน
เย่



#12 By สายลับ (58.9.38.128) on 2009-05-13 23:40

ปวดใจกว่า เวลาโกเฮงบอกให้เลี้ยงข้าว

#11 By Mysh (58.9.152.50) on 2009-05-13 21:44

เห็นด้วย


ปกติก็ไม่สงสารเท่าไหร่อยู่แล้ว



#10 By (58.136.56.164) on 2009-05-13 20:37

สังคมไทยมันก็เป็นอย่างนี้

#9 By ป้อง (119.42.71.9) on 2009-05-13 20:09

เมื่อกี้เม้นน้อยไปหน่อย sad smile
จริงๆ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเยอะมากนะในสังคมไทย
แต่บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า ที่เด็กพวกนี้มารับจ้างขายของ
เพราะเขามีเหตุผลหรือความจำเป็นจริงๆ หรือเปล่า
พอคิดถึงตรงนี้..จะไม่ซื้อก็ดูจะใจร้าย
ซื้อก็เหมือนสนับสนุนการค่้าแรงงานเด็ก

น่าจะมีวิธีการจัดการ/แก้ไข โดยไม่ให้ใครต้องบอบช้ำเนอะ angry smile

#8 By yoaiji (58.137.5.3) on 2009-05-13 19:09

น่าสงสารเนอะ

แต่ก้อจิงแร่ะ
อย่าให้เรย

จะได้ไม่เปนการสนับสนุน

แต่เจอบ่อยมากๆ

#7 By THuGLadii3 (58.8.107.173) on 2009-05-13 18:49

เห็นด้วยเฟ้ย !!!

#6 By yoaiji (58.137.5.3) on 2009-05-13 18:49

อื้มไม่เคยซื้อของจากพวกนี้เหมือนกันนะ
คิดเหมือนกันว่าเราซื้อก็เหมือนเราสนับสนุนเค้า
แต่บางครั้งก็อดสงสารไม่ได้เน้อ
น่ามีหน่วยงานไหนมาดูแลตรงนี้อย่างจริงจัง..
แต่อย่างว่า..ที่นี่ประเทศไทย angry smile

#5 By ampz* (58.8.205.188) on 2009-05-13 18:41

บางทีบางคนก็รำคาญเลยสักๆให้ไปไม่เอาของก็มีนะค ; w ;

แต่ก็นะ สงสารเด็กแหละค่ะ

#4 By gimini on 2009-05-13 16:49

เด็กไม่เท่าไหร่ครับ แต่สำหรับผมนั้นแพ้ทางคนแก่ครับ
เห็นคนแก่รุ่นยายรุ่นทวดมางกๆ เงิ่นขายของหรืออะไรก็แล้วแต่ผมจะปวดใจมาก

#3 By Kuzaa on 2009-05-13 16:35

จะพยายามค่ะ
อดสงสารไม่ได้นี่ค่ะbig smile open-mounthed smile

#2 By Moo Duck Dick on 2009-05-13 16:30

เห็นด้วยอย่างยิ่ง
แต่เราเป็นคนขี้สงสาร
พยายามเบือนหน้าหนีตลอด
ทนไม่ได้

#1 By April on 2009-05-13 16:26