ฮ่าฮ่า ในที่สุดก็เปิดเทอมเสียที หลังจากหยุดยาวไป 2 เดือน

อยากกินน้ำผลไม้ปั่น

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นวันเปิดเทอมวันแรกในชั้นม.6 ของผม ทุก ๆ ปี ผมจะจำความรู้สึกเวลาที่เปิดเทอมวันแรกได้เป็นอย่างดี ประหนึ่งกิจวัตรประจำชีวิตที่ต้องปฏิบัติมาตลอดการเรียนในการศึกษาภาคบังคับ

เดินไปสั่งน้ำผลไม้ปั่นรวมมิตรทุกชนิด

บรรยากาศของห้องเรียนใหม่ วิชาเรียนใหม่ อาจารย์คนใหม่ แต่เพื่อนหน้าเดิม เหมือนกับเป็นความรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ลึก ๆ ที่ต้องมาเจอะเจอกับสิ่งเดิม ๆ ทุกปี แต่ก็เหมือนเป็นความรู้สึกอยากอยู่ลึก ๆ เช่นเดียวกัน การได้กลับมาเจอหน้าเพื่อนที่หายหน้าหายตาไปนานทำให้ผมแทบจะอยากกระโดดกอดเพื่อนในทันทีที่เจอ เวลาเลิกเรียนเป็นเวลาที่นักเรียนหลายคนถวิลหา ซึ่งความรู้สึกตอนเลิกเรียนนี่เองที่ผมอยากกลับไปหามันอีกครั้ง อีกทั้งความตื่นเต้นที่จะได้เจอเด็กม.4 ที่ย้ายเข้าใหม่ก็ทำให้ผมอยากที่จะไปเห็นหน้าน้อง ๆ เหล่านี้ให้ไวที่สุด 

ยืนรอแม่ค้าปั่นน้ำให้อยู่

วันแรกของการเปิดเทอมใหม่คือวันที่ผมมีความสุขที่สุข เหตุผลข้อแรกคือยังไม่มีการเรียนการสอนในวันนี้ ข้อต่อมาคือการสนทนาสารพันเรื่องราวระหว่างผมกับเพื่อนแทบจะหาจุดจบไม่ได้ ข้อต่อมาอีกคือน้องม.4 หน้าจิ้มลิ้มจะย่างกรายผ่านหน้าให้ผมและเพื่อน ๆ ได้ชื่นชม ข้อต่อมาอีกหน่อยคือพักกลางวันกับอาหารในโรงอาหารที่(ลิ้น)สุดแสนจะคิดถึง ข้อต่อมาอีกนิดหน่อยคือวันแรกของการเปิดเทอมจะเลิกเรียนเร็วกว่าปกติ และข้อสุดท้ายผมและเหล่าผองเพือนจะออกไปหาที่เที่ยวกัน

ดูดเอื้อกแรก..หอมหวานอร่อยเสียนี่กระไร

วันถัดมาหลังจากเปิดเรียนวันแรก ความรู้สึกของผมก็ผสมปนเปกันไปหมด เบื่อ ชอบ สนุก เซ็ง สุข ทุกข์ และตลอดระยะเวลาอีก 4 เดือนกว่า ๆ ก็เป็นเช่นนี้ เหมือนน้ำผลไม้ปั่นที่รวมเอาผลไม้ทุกชนิดที่ผมทั้งชอบและไม่ชอบมาปั่นรวมกัน รสชาติมันจึงแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามผมก็ดื่มมันทุกวันไม่มีขาด

รสชาติเริ่มแปลก ๆ 

เนื่องจากช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาสุดท้ายในคราบนักเรียน วันเวลาที่ผ่านไป ผมเฝ้านับวันให้หมดไป เพราะความกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะเป็นนักศึกษาเต็มแก่ (อยากแก่ว่างั้น) ซึ่งมันต่อต้านกับการที่ผมเฝ้านับวันเวลาที่อยากให้ช่วงเวลาในชุดนักเรียนนี้อยู่ไปนาน ๆ (ก็ไม่ได้อยากแก่ซักหน่อย)--(เอ๊ะ! ยังไง) เพราะผมไม่อยากทิ้งความรู้สึกดี ๆ ระหว่างผองเพื่อนและบรรยากาศเรียนในวิชาพื้นฐานอย่าง คณิต อังกฤษ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ ที่อีกหน่อยคงจะไม่ได้สัมผัสกันอีกแล้ว (หลังจากที่สัมผัสจนหนังด้านมาเกือบ 15 ปีเต็ม) ลึก ๆ แล้วในใจของผมยังคิดถึงช่วงเวลาของการเป็นนักเรียนอยู่นั่นเอง

แต่ยังพอกินได้อยู่นะ

ช่วงเวลาในชีวิตของผมช่วงนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ภาพยนตร์เรื่องนั้นชื่อ "Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์" ตรงนี้ผมไม่ขอบรรยายอะไรเลยละกัน เพราะว่าชีวิตของผมเหมือนในหนังเรื่องนี้เป๊ะเลย จนล่วงเลยมาถึงวันที่ผมเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยวันแรก

ว้า..หมดซะแล้วล่ะ

แต่ว่าเอ๊ะ! เล่าไปเล่ามาทำไมมันแปลก ๆ ผมจึงลองกลับไปอ่านข้างบนที่เขียนมาแล้วดูใหม่อีกครั้ง อ๋า...ผมบอกไปว่าผมเพิ่งเปิดเทอมม.6 นี่นา แล้วนี่อะไร เข้ามหา'ลัยซะงั้น

อยากกินอีก ไปซื้อใหม่ดีกว่า

เรื่องของเรื่อง ในตอนนี้ผมกำลังจะเปิดเทอมแล้ว แน่นอนไม่ใช่เปิดเทอมม.6 แต่เป็นการเปิดเทอมในระดับอุดมศึกษาชั้นปีที่ 4 โอ้ววว....ม่ายยยย.....นี่ผมกำลังจะเรียนจบแล้วหรือนี่ เท่ากับว่าสิ่งที่ผมเล่าไปทั้งหมด มันคือความคิดถึงและโหยหาถึงช่วงชีวิตเมื่อสมัยมัธยม! เลยอุปโลกน์ไปเองว่าผมเพิ่งเปิดเทอมม.6 แต่เล่าได้ไม่เนียนพอ จึงไหลยาวจนเข้ามหา'ลัยไปเลย ผมพอจะนึกออกแล้วว่าทำไมผมจึงมีความรู้สึกหลอกตัวเองเช่นนี้ เพราะวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมเห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก ซึ่งภาพนั้นไปกระตุ้นต่อมอะไรในสมองของผมเข้า ลิ้นชักความทรงจำก็ดันทะลึ่งพรวดออกมาหมด ผมทำอะไรไม่ถูก จะเก็บกลับเข้าไปที่เดิมก็เสียดาย ไหน ๆ มันก็ออกมาหมดแล้ว ผมเลยนั่งดูความทรงจำเหล่านั้นไปพักใหญ่ จนผมมีอาการเพ้อเช่นนี้

เย้ยยย...ร้านปิด อดกินเลย

ไม่ต้องแปลกใจหากใครมีอาการเช่นเดียวกันกับผม เดาได้ว่าคนที่มีอาการแบบนี้ไม่ได้เรียนอยู่ชั้นมัธยมแน่นอน ไม่ได้หมายความว่าแก่แล้วจะต้องเป็นแบบนี้ เพราะไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใดก็ตาม ถ้าหากได้ผ่านการใส่ชุดนักเรียนมาแล้ว เมื่อใดก็ตามที่เห็นภาพเด็กใส่ชุดนักเรียน ลิ้นชักความทรงจำตรงนั้นจะทะลึ่งพรวดกระแทกใส่หน้าเข้าเต็ม ๆ เพราะฉะนั้นระวังให้ดี

วันต่อมา หน้าร้านขายน้ำผลไม้ปั่นมีป้ายเล็ก ๆ เขียนไว้ว่า "ปิดถาวร" ผมแทบร้องไห้โฮออกมาเดี๋ยวนั้น ผมได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าถึงจะไม่ได้กินน้ำผลไม้ปั่นสูตรรวมมิตรนั้นแล้ว แต่รสชาติมันยังคงติดอยู่ในลิ้นชักความทรงจำของผม ดูท่าจะไม่ลืมง่าย ๆ ด้วยสิ 

 


D.M.Y วันเดือนปี - ost. final score

Comment

Comment:

Tweet

อื้ม
ยังคิดถึงรสหมูปิ้งหน้า รร. เหมือนกัน

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยกินร้านไหนอร่อยเท่าร้านนั้นจิงๆนะ

#6 By ทะเลส้ม (124.120.245.214) on 2009-05-25 22:23

นาน ๆ กินทีก็งี้แหละ


ว่าไปแล้วก็คิดถึงจริง


^_____^


#5 By (58.136.51.187) on 2009-05-25 22:19

ปิดกิจการ
คงเหมือนชั้นตอนนี้มั้งแก
ที่ปิดตัวเองออกจากโลกภายนอกอยู่แต่บ้าน
ไม่ได้ทำรัย
55555

#4 By boebie on 2009-05-23 22:41

ลิ้นของเราคงได้สัมผัสกะ..confused smile
รสชาติของน้ำผลมาหลากหลายผล..confused smile
เช่นเดียวกับความทรงจำในลิ้นชักของหัวใจ..confused smile
หยิบมันขึ้นมาลองลิ้มชิมรส..confused smile
ให้ความรู้สึกเก่าๆเข้ามาทำให้ลิ้นหัวใจ..
ปิดๆเปิดๆดูบ้าง..confused smile
ทุกความทรงจำไม่ว่าดีหรือร้าย..confused smile
ก็ยังคงมีค่าและเป็นบทเรียนให้เราในวันนี้ได้เสมอ..confused smile

Hot!

#3 By happiness in my bag.. on 2009-05-23 05:33

โหยหาความทรงจำก็ดีอยู่หรอก

เพราะบางทีในบางช่วงของชีวิต

เรื่องในอดีตก็ทำให้เรายิ้มได้อีกครั้ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงไม่ต้องถึงกับโหยหาเด็กมัธยมมาช่วย

ปลอบประโลมจิตใจหรอก ใช่มั๊ย?

หึ หึ

#2 By sanfah (124.121.194.153) on 2009-05-23 01:43

เขียนได้
"ตง"
จริงๆ สุดยอดมาก เพื่อนopen-mounthed smile

#1 By เพื่อนมรึง (58.8.103.190) on 2009-05-23 01:33